“Public Records” บาร์ในย่านอาคารประวัติศาสตร์แห่งเมือง Brooklyn

“Public Records” บาร์ในย่านอาคารประวัติศาสตร์แห่งเมือง Brooklyn กับฟังก์ชัน x3 ที่ผนวกร้านอาหารแนววีแกนห้องอัดเสียงและไนท์คลับในพื้นที่เดียว

Shane Davis (เชน เดวิส) และหุ้นส่วนของเขาได้ซ่อมแซมอาคารอุตสาหกรรมในย่าน Brooklyn’s Gowanus area (ย่านโกวานนุสของเมืองบรูคลินนิวยอร์ก) ให้เป็นจุดที่น่าสนใจในด้านการออกแบบเพื่อเน้นประโยชน์ด้านการใช้งานให้คุ้มค่าที่สุดในพื้นที่จำกัด ดังนั้น “Public Records” จึงเป็นพื้นที่อาคารที่ถูกสร้างสรรค์แบบจัดเต็ม! ทั้งด้านความงามและเน้นประโยชน์การใช้สอยแบบ x3 โดยตอนกลางวันเปิดเป็นร้านอาหารแนววีแกน* และห้องอัดเสียงในยามค่ำคืนก็กลายเป็นไนท์คลับแสนเก๋บรรยากาศน่านั่งดริงค์แบบสุดๆ เลย

Public Records เป็นไอเดียสุดคูลด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในที่เกิดจากการสร้างสรรค์งานร่วมกันระหว่างนักดนตรีผู้ออกแบบและผู้เชี่ยวชาญในการบริการ Francis Harris (ฟรานซิส แฮร์ริส), นักดนตรีกับ Shane Davis (เชน เดวิส), ผู้ดำเนินการหลักโครงการออกแบบและปรับปรุงอาคารและผู้อำนวยการฝ่ายบริการของร้าน, Erik VanderWal (อีริค แวนเดอร์วัล)

Shane Davis (เชน เดวิส) และทีมได้ทำการปรับปรุงอาคารที่ทำด้วยอิฐแนวประวัติศาสตร์ที่สร้างตั้งแต่ปี 1912 ด้วยแนวคิดที่จะรวมพื้นที่ 3 แบบเข้าด้วยกันอย่างลงตัวให้ได้มากที่สุดทั้งด้านประโยชน์ใช้สอยและการตกแต่งโดยพื้นที่ทั้ง 3 นี้ได้แก่ร้านอาหารแบบวีแกนและห้องบันทึกเสียง (Audiofile record) ที่จะเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน รวมไปถึงพื้นที่สำหรับความบันเทิงยามค่ำคืนซึ่งครอบคลุมทั้งค็อกเทลบาร์และเวทีการแสดงที่เรียกว่า “The Sound Room”

Shane Davis (เชน เดวิส) ได้เผยแนวทางอันน่าตื่นเต้นของกระบวนการรีโนเวทโครงการนี้ด้วยประโยคที่ว่า “Public Records เป็นพื้นที่ทางสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยเสียงเพลงอย่างสิ้นเชิง” ซึ่งเป็นคำนิยามอันเฉียบแหลมของตัวโครงการเองได้อย่างน่าสนใจ

สถานที่ตรงส่วนนี้จากเดิมเป็นสำนักงานใหญ่ของสมาคมต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์แห่งอเมริกา (ASPCA) ของบรูคลินและในเวลาต่อมาพื้นที่นี้ถูกใช้สอยโดยบริษัทรับซ่อมเครื่องออร์แกนที่ใช้ในโบสถ์จากนั้นก็เป็นร้านซ่อมกีต้าร์วินเทจและยังเคยถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับค้าปลีก (retail space) ด้วยเช่นกัน

สำหรับกระบวนการรีโนเวทนั้นตั้งใจให้โครงสร้างส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบแปลนเดิมมีการอัพเกรดวัสดุตกแต่งให้ดูดีขึ้น ทาสีเพิ่มให้ดูสดใสและทำให้งานท่อต่างๆ ที่อยู่บริเวณผนังและเพดานมีความสวยงามลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม จุดเด่นของการออกแบบโครงการนี้คือการออกแบบเพื่อลดเสียง-เก็บเสียงโดยยังคงเสน่ห์ของสไตล์แนวประวัติศาสตร์ดั้งเดิมเอาไว้รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้โครงสร้างเดิมได้อย่างดีเยี่ยม

ส่วนที่เป็นร้านอาหารมีการออกแบบหน้าจั่วและใช้กระจกเข้ามาในงานออกแบบเพื่อรับแสงธรรมชาติในเวลากลางวันนอกจากนี้ยังมีมุมสำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงและคอลเล็กชั่นแผ่นเสียงหายากที่จัดเรียงไว้เสริมให้ดูมีความวินเทจมากขึ้น มุมเล็กๆ ที่ติดกับถนนก็ถูกออกแบบให้เป็นเคาท์เตอร์ขายกาแฟในเวลากลางวันและมีบริเวณด้านหลังที่เป็นไนท์คลับในเวลากลางคืนและมีทีเด็ดด้วยการจัดแจงพื้นที่สนามหญ้ากลางแจ้งให้เป็นส่วนสำคัญสำหรับจัดปาร์ตี้ในสวนด้วยบรรยากาศสบายๆ

Shane Davis กล่าวว่า “เราออกแบบให้มีบาร์แบบน็อกดาวน์ (knocked down) ที่ตรงกำแพงสวนและเชื่อมต่อบาร์กับสวนด้วยการวางระบบเหล็กและแก้วที่สอดประสานกันอย่างกลมกลืนรวมถึงใช้ประโยชน์จากต้นไม้ที่มีอยู่เดิมเพื่อเป็นจุดนำสายตาที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์นำทางลูกค้าของร้านมายังประตูทางเข้าบาร์ด้วย” นับว่าเป็นการจัดสรรพื้นที่อันชาญฉลาดในการคงคุณค่าเดิมไว้และแม้กระทั่งทำให้ต้นไม้ที่มีอยู่เดิมในพื้นที่นั้นเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานรูปแบบใหม่ได้เป็นอย่างดี

สำหรับพื้นที่แห่งเสียงดนตรี “Sound Room” มีการตกแต่งภายในที่เน้นความมืดแสงสลัวแฝงไปด้วยอารมณ์ลึกลับและเซ็กซี่เบาๆด้วยแผงไม้อัดเจาะรูที่หุ้มผนังเพื่อให้เกิดเสียงและความก้องกังวาลของเสียงที่หนักเน่นชัดเจนสำหรับการปาร์ตี้งานเฉลิมฉลองหรือเต้นรำ

Sound Room เป็นงานออกแบบที่สร้างใหม่ทั้งหมดต่างจากโซนร้านอาหารและบาร์อย่างสิ้นเชิง ด้านการออกแบบภายในนั้นจะเน้นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้เสียงมาเป็นอันดับแรกซึ่งในส่วนนี้ก็ได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเสียงโดยตรงทำให้เกิดงานออกแบบผนังไม้บน CNC router ที่เหมาะกับการใช้งานด้านเสียงเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากเพดานโค้งที่ช่วยให้มีการกระจายเสียงที่ดีและที่สำคัญคือยังมีลำโพงแบบกำหนดเองได้นับว่าเป็นอีกจุดเด่นของ Sound Room เลยทีเดียวโดยเจ้าลำโพงพิเศษนี้ออกแบบและสร้างโดย Devon Turnbull ผู้ก่อตั้งสตูดิโอออกแบบ Ojas โดยร่วมมือกับ Global Audio Systems และ Isonoe built custom rotary mixers และที่ขาดไม่ได้เลยก็คืองานออกแบบแสงสว่างที่เปรียบเหมือนมนต์เสน่ห์แห่ง Sound Room แห่งนี้ซึ่งทำการติดตั้งโดยบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านแสงสีอย่าง “Nitemind” แห่งบรูคลินนั่นเอง

Shane Davis และทีมได้ทำการปรับปรุงอาคารย่านบรูคลินอันเก่าแก่นี้ร่วมกับ American Construction League และ Space Exploration ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างย่านค้าขายในพื้นที่อุตสาหกรรมโกวานนุสของบรูคลินในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยมีการรีโนเวทอาคารที่ใกล้เคียงกับโมเดลการออกแบบนี้อีกแห่งที่ชื่อว่า Gowanus Inn by Savvy Studio รวมถึงสำนักงานของสตูดิโอสถาปัตยกรรมท้องถิ่นโดย Mirriam Peterson และ Nathan Rich ด้วย

ร้านอาหารแนววีแกน* คือร้านอาหารที่เน้นเสิร์ฟเมนูที่ปลอดเนื้อสัตว์รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนมไข่แม้กระทั่งน้ำผึ้งโดยสิ้นเชิงเน้นการรับประทานอาหารหลากหลายชนิดเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนจากผักผลไม้ธัญพืชเป็นต้น

สถาปนิก:
ถ่ายภาพ: Cody Guilfoyle
บทความโดย: Bridget Cogley
แหล่งที่มา: https://.dezeen.com/2019/10/04/public-records-brooklyn-vegan-cafe-nightclub/